มะเร็งตับหายได้ หากรู้ไว รักษาไว

มะเร็งตับหายได้ หากรู้ไว รักษาไว

มะเร็งตับหายได้  หากรู้ไว รักษาไว

“มะเร็งตับ”นับเป็นโรคมะเร็งรุนแรงที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้ชายไทย นอกจากนี้คนทั่วโลกยังมีแนวโน้มจะเสียชีวิตจากมะเร็งตับมากขึ้น เพราะการแพร่ กระจายของไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี

รศ.นพ.คมกริช ฐานิสโร รังสีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในการรักษามะเร็งตับให้ความรู้ว่า

“การแพร่ของไวรัสตับอักเสบบีนั้นมีอยู่แล้ว ระยะหลัง มีไวรัสซีเกิดขึ้นมาอีกไวรัสซีตัวนี้มีความใกล้เคียงกับไวรัสบี แต่ว่าติดได้ง่ายกว่า และยังไม่มีวัคซีนป้อง-กันเหมือนวัคซีนป้องกันไวรัสบี
“เรารับไวรัสตับอักเสบบีและซีได้หลายทางครับ ส่วนหนึ่งอาจติดจากแม่ตั้งแต่คลอดติดทางการให้เลือด และทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันด้วยถุงยางอนามัยเช่นเดียวกับไวรัสเอดส์ ส่วนเรื่องการติดผ่านน้ำลาย จากการรับประ-ทานอาหารและดื่มน้ำร่วมกันนั้น ความจริงแล้วแม้ในน้ำลายจะมีไวรัส แต่ไม่ได้มีปริมาณสูงหากภูมิต้านทานของเราเป็นปกติดี โอกาสติดไวรัสตับอักเสบบีและซีจากน้ำลายก็มีไม่มาก”
เชื้อไวรัสตับอักเสบเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วบางกรณีจะอยู่นิ่งเป็นปีๆ แต่สามารถแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็วในเซลล์ตับ และก่อให้เกิดการอักเสบและทำลายตับ อาการอักเสบเรื้อรังนี้อาจทำให้เกิดโรคตับแข็ง ซึ่งนำไปสู่มะเร็งในเซลล์ตับได้ในที่สุด
“ตับมีหน้าที่สำคัญ คือกรองของเสียทั้งหมดที่เรากิน และเป็นอวัยวะที่แข็งแรงมาก ปกติคนเป็นโรคของตับ ถ้าอาการไม่หนัก จะไม่รู้ตัวเลย” คุณหมอคมกริชกล่าวก่อนยกตัวอย่างอาการของผู้ป่วยมะเร็งตับ อันได้แก่ มีก้อนเนื้อโตจนคลำได้บริเวณชายโครงข้างขวา ปวดแน่นท้องบริเวณท้องด้านขวา มีอาการตัวเหลือง-ตาเหลือง ในคนที่อาการหนักมากๆ อาจมีเลือดออกในช่องท้องเพราะก้อนเนื้อแตก มีอาการช็อก และอาจเสียชีวิตได้
“สิ่งที่เราควรทำคือ รับการตรวจเลือดเพื่อหาไวรัส เพราะหากทราบว่าไม่มี ก็จะได้สร้างภูมิคุ้มกัน แต่ถ้ามีแล้วก็จะได้ระวังตัวและติดตามอาการ โดยการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ตับทุก 6 เดือน เพราะถ้ายิ่งพบเร็ว มะเร็งตับจะยิ่งรักษาให้หายได้ครับ”
วิธีการรักษา รวมทั้งผลในการรักษามะเร็งตับนั้น ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ซึ่งคุณหมอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ “หากพบมะเร็งตั้งแต่ยังเป็นก้อนเล็ก ขนาดไม่เกิน 3 เซนติเมตร แพทย์ประเมินแล้วว่าผ่าตัดได้ ก็แนะนำให้ผ่าตัด ถ้าผ่าตัดไม่ได้ ยังมีวิธีการรักษาที่เรียกว่า RF (Radio Frequency Ablation) ซึ่งเป็นการส่งคลื่นความร้อนผ่านเข็มลงไปที่ก้อนมะเร็งโดยตรง ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้เนื้อตับส่วนที่เหลือไม่ถูกทำลาย
“มะเร็งตับที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ก็สามารถรักษาได้ หากไม่ได้เป็นพร้อมกันหลายจุด รวมทั้งยังไม่ลามไปที่เส้นเลือด ไม่กระจายไปที่ปอดหรือกระดูก โดยการรักษาผ่านเส้นเลือด หรือ TOCE (Trans-arterial Chemoembilization) ซึ่งแพทย์จะสอดท่อเล็กๆ เข้าไปทางเส้นเลือดแดง เพื่อให้ยา
“การผ่าตัดเปลี่ยนตับเป็นอีกเทคนิคที่เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หาย แต่มีข้อจำกัดสูง คือ ต้องได้ตับของผู้บริจาคที่มีผลเลือดและหลายๆ อย่างเข้ากัน รวมทั้งต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญสูง นอกจากนี้ ยังมีการให้ยาคีโมชนิดรับ-ประทานซึ่งเพิ่งเริ่มทำการศึกษา ยังได้ผลไม่น่าพอใจ ค่าใช้จ่ายก็ก็สูง”
ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการของโรค รวมทั้งระยะของโรคที่ต่างกันไป จึงควรได้รับคำแนะนำถึงวิธีรักษาที่เหมาะกับตัวเอง การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทันสมัย ครบครัน สามารถให้การรักษาได้ทุกเทคนิค โดยบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เป็นข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึง
ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาสัมฤทธิ์ผลสูงสุดนั่นเอง
 

บทความโดย จากนิตยสาร Expression
แหล่งอ้างอิง -
 
© Copyright by www.LoveLiver.net , All rights reserved.